Rainbow Lucky Charms

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

12 พฤศจิกายน 2557

สัปดาห์ที่ 13

วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจาร์ยผู้สอน อาจาร์ยจินตนา  สุขสำราญ
วันที่  11 พฤศจิกายน   2557
ครั้งที่ 13 กลุ่มเรียน  103
เวลาเรียน  08.30 - 12.20 น.  ห้อง 434




       ในรายสัปดาห์นี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาออกไปนำเสนอแผน โดยมีกลุ่มที่ออกไปนำเสนอการสอนใหหน่อยต่างๆดังต่อไปนี้  หน่วยสับปะรด  หน่วยส้ม   หน่วยทุเรียน    หน่วยมดแดง   โดยเเต่ละกลุ่มก็มีการเรียนการสอนที่หลากหลายกันไป ทั้งขั้นนำ  ขั้นสอน  ขั้นสรุป และบางครั้งก็ได้กลับไปแก้ไข โดยเฉพาะกลุ่มของดิฉันเองที่ต้องนำกลับมาแก้ไข และคิดว่าต้องพัฒนาและควรไปปรึกษาอาจารย์ที่ีปรึกษามากขึ้นกว่าเดิม  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูชมรูปแบบการเรียนการสอนของแต่ละหน่วยกันเลยคะ



หน่วยส้ม



  


ขั้นนำ

    เป็นการสอนเกี่ยวกับเพลงส้ม  บอกถึงส้มมีหลายชนิด  ทั้งส้มเขียวหวาน  ส้มแบนดาริน  ส้มเช้ง  
ส้มโชกุน  ส้มสายน้ำผึ้ง  และลักษณะของส้มเป็นแบบใด

ขั้นสอน

   สอนการเรียงเลขโดยใช้ส้มเป็นการเรียงต่อๆกัน  แล้วหยิบเลขมาต่อ เลข 1-9  
มาติดให้ถูกต้องตามลำดับ

ขั้นสรุป

  ครูผู้สอนมีการซักถามว่าส้มมีชนิดอะไรบ้าง ลักษณะของส้มมีอะไรบ้าง  แล้วให้เด็กนับเลข  1-9  




หน่วยทุเรียน




ขั้นนำ

     ครูใช้คำถามว่า  มีผลไม้อะไรเอ่ยมีหนามแหลมๆ   แหวกออกมามีสีเหลืองๆ  ขาวๆ   
กลิ่นหอมๆ  บางคนก็เหม็น  เด็กก็ตอบว่าทุเรียน  ครูก็พูดถึงลักษณะทั่วไปของทุเรียน 

ขั้นสอน

  ครูบอกลักษณะของทุเรียนว่ามีลักษณะอย่างไร  ครูบอกชนิดของทุเรียนว่ามีลักษณะแบบใด  โดยทุเรียนมีหลายชนิด  เช่น  ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง  ทุเรียนพันธ์ุก้านยาว  ทุเรียนพันธ์ุกะดุม  เป็นต้น 
และครูก็บอกวิธีการเลือกว่าทุเรียนพันธ์กะดุมจะมีลักษณะลูกเล็กกว่าพันธ์ุอื่นๆ และเปลือกจะบาง

ขั้นสรุป

ครูซักถามว่าเด็กเคยกินทุเรียนอะไรบ้าง  เด็กๆอยากกินทุเรียนไหม  เด็กบอกลักษณะของทุเรียนให้คุณครูฟังหน่อยได้ไหมจากที่คุณครูบอกไปเมื่อกี้ เด็กคนไหนจำได้บ้างเอ่ย เด็กก็ตอบคำถามที่คุณครูถาม




หน่วยมดแดง








ขั้นนำ  

คุณครูร้องเพลงมด
มดมดมด  หนูเคยเห็นมดหรือป่าว   มดมันตัวเล็ก 
 และเบามีขายาวๆเดินหากัน   มีบ้านใต้ดินเรียกว่ารัง  หนูๆจงฟังไว้เอย

ขั้นสอน

คุณครูบอกลักษณะ สีของมด  ขนาดของมด  กลิ่นของมด   
ส่วนประกอบในร่างกายของมด  เเขน ขา หัว  ตา และชนิดของมด 


ขั้นสรุป

เด็กๆสามารถบอกข้อเเตกต่างและเหมือนของมดดำและมดแดงได้เหมือนกัน
คือ  ตา  หัว  ปาก  หนวดมี 2 หนวด   ท้อง 
ข้อแตกต่าง  คือ  สี  กลิ่น
 มดแดงกลิ่นเปรี้ยว  มดดำกลิ่นฉุน  
มดแดงมีขนาดใหญ่  มดดำมีขนาดเล็ก



กิจกรรมการทำไข่หลุม






เป็นการทำกิจกรรมที่เเบ่งนักศึกษาออกเป็น  5  กลุ่มหรือ 5 ฐาน โดยให้แต่ละฐานมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ 

1.ฝ่ายตัดกระดาษให้เป็นรูปวงกลมแจกเพื่อน
2.ฝ่ายหั่นผัก ปูอัด  แครอท
3.ฝ่ายข้าว 
4.ฝ่ายตอกไข่  เจียวไข่ให้เข้ากัน
5.ฝ่ายดูแลการนำไข่ไปใส่ในหลุม  

อุปกรณ์การทำไข่หลุม

1.ไข่ไก่
2.น้ำปลา แม็กกี้  ซอส 
3.ผักหัวหอม 
4.แครอท
5.ปูอัด
6.กระดาษ
7.มีด
8.กรรไกร
9.ข้าว
10.ถ้วย
11.ช้อน 
12.ซ่อม

วิธีการทำไข่หลุม 

1.ให้ทุกคนตอกไข่คนละ 1 ลูก คนให้ไข่แตกคล้ายไข่เจียว
2.ใส่ผัก  นำ้ปลา ปูอัด แครอท  ข้าว
3.คนให้เข้ากัน ไม่เหลวจนเป็นน้ำเกินไป
4.นำไข่ที่ใส่ส่วนผสมเรียบร้อยแล้วไปใส่ในหลุมที่ตั้งไฟไว้ 
5.รอเวลาพลิกไข่ รอไข่สุก
6.เมื่อไข่สุกแล้วนำใส่กระดาษวงกลมที่เตรียมไว้ แล้วนำไปใส่ถ้วยของกลุ่มตนเอง
7.รอไข่เย็น รับประทานไข่ที่ตนเองทำ

       โดยทุกฐานทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม  โดยมีการรับหน้าที่วนกันไป สลับกันไป  ใครนำใครไปใส่ในหลุมแล้วก็กลับไปนั่งที่ แลัวให้เพื่อนมาทำต่อ  


    ในการทำกิจกรรมไข่หลุม เด็กก็จะได้พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือด้านร่างกาย  ด้านอารมณ์  ด้านสังคม  และด้านสติปัญญา 

ด้านร่างกาย   เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก  มัดใหญ่ การใช้นิ้ว  มือ ในการหยิบจับสิ่งของ  การคนไข่ 
ด้านอารมณ์  เด็กแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง  อารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใส  
ด้านสังคม     เด็กได้ทำงานร้วมกับผู้อื่น  เพื่อน  ครู
ด้านสติปัญญา เด็กได้ใช้ทักษะการคิดในการทำไข่หลุม  การตอกไข่  การปรุงไข่ให้มีรสชาติอร่อย 






เทคนิคการสอน

    เน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติกิจกรรมเอง  ให้เด็กแก้ปัญหาและเกิดทักษะใหม่ๆในการลงมือทำกิจกรรม เช่น  การปรุงรส    การใส่เครื่องปรุง  กิจกกรมนี้ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา  และยังส่งเสริมให้เด็กมีความรักความสามัคคีในหมู่คณะอีกด้วย 


ประเมินตนเอง 

ในสัปดาห์นี้ให้คะเเนนตัวเอง 90 คะเเนน เพราะตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย   และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน  และร่วมกิจกรรมที่คุณครูผู้สอนนำมาให้ทำ 

ประเมินเพื่อน

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนเพื่อน 100 คะเเนน  เพราะเพื่อนตั้งใจเรียนและเเต่งกายเรียบร้อย  และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน  และร่วมกิจกรรมที่คุณครูผู้สอนนำมาให้ทำ

ประเมินครูผู้สอน  

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนครูผู้สอน 100 คะเเนนเพราะครูสอนเข้าใจ  เเต่งกายเรียบร้อย  เเละเข้าสอนตรงเวลา  และนำกิจกรรมดีๆมาให้นักศึกษาได้ทำ




วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

5 พฤศจิกายน 2557

สัปดาห์ที่ 12

วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจาร์ยผู้สอน อาจาร์ยจินตนา  สุขสำราญ
วันที่  4 พฤศจิกายน   2557
ครั้งที่ 12 กลุ่มเรียน  103
เวลาเรียน  08.30 - 12.20 น.  ห้อง 434




ในรายสัปดาห์นี้อาจารย์ผู้สอนไดให้เเต่ละกลุ่มออกไปนำเสนอกิจกกรมเกี่ยวกับแผนที่ตนเองได้เตรียมมา โดยมีแผนการจัดประสบการณ์ทั้งหมด 5 แผน  และเเต่ละแผนนำกิจกรรมที่น่าประทับใจมาให้เพื่อนๆในห้องได้ดูกัน ไปดูกันว่ามีกิจกกรมอะไรกันบ้างเลยดีกว่าคะ



กลุ่มข้าว  


เป็นการนำเสนอที่นำข้าวมาทำซูชิ







ขั้นนำ 

    คุณครูมีการร้องเพลงข้าว เพื่อให้เด็กๆหันมาสนใจในกิจกรรมที่คุณครูกำลังจะสอน  แล้วนำจิกซอว์มาวางไว้ตรงหน้าเด็ก แลัวให้เด็กนำจิกซอว์มาต่อเป็นรูป แล้วเมื่อเด็กต่อเสร็จก็มีการซักถามเด็กว่า เป็นรูปอะไร เด็กก็ตอบว่าซูชิ

ขั้นสอน 

   ครูได้ถามเด็กว่าวันนี้เราเรียนเรื่องอะไร  และครูก็อธิบายเป้าหมายที่จะเรียนในวันนี้ว่าครูจะสอนการทำซูชิ  และได้บอกว่าหน้าซูชิแต่ละหน้ามีอะไรบ้าง  แล้วถามว่าใครอยากทำซูชิบ้าง  และครูกับเด็กก็ร่วมกันทำซูชิ

ขั้นสรุป

ครูได้ถามเด็กๆว่าเด็กๆชอบซูชิหน้าอะไรกันมากที่สุด โดยมีการทำตาราง  โดยมีหน้าซูชิดังต่อไปนี้ 
หน้าไก่ทอด   หน้าหมูย่าง  หน้าหมูอบ 



กลุ่มไข่

เป็นการนำเสนอการทำไข่ทอด





ขั้นนำ 

    คุณครูได้พูดความรู้ทั่วไปของไข่  ว่าเกิดขึ้นมาจากอะไร และได้ร้องเพลงไข่ให้เด็กฟัง  เพื่อให้เด็กหันมาสนใจในกิจกรรมที่ครูกำลังจะสอน


ขั้นสอน 

    ครูได้นำไข่ออกมาตอกใส่ถ้วย และใส่เคร่องปรุงลงไป  แล้ได้ซักถามเด็กว่าใครอยากลองเจียวไข่บ้าง  แล้ะเมื่อเด็กคนไหนอยากทำครูก็เรียกออกมาทำ  และครูก็ได้สอนและให้ความรู้เรื่องไข่กับเด็ก

ขั้นสรุป

    ครูได้ซักถามว่าไข่เกิดจากอะไร และถามว่าวิธีการทำไข่ทอดทำอย่างไรจำได้ไหม จากที่คุณครูสอนวิธีการทำไข่ทอดไปเมื่อกี้  




กลุ่มกล้วย

เป็นการนำเสนอการทำกล้วยทอด




ขั้นนำ

     คุณครูได้สอนเด็กร้องเพลงกล้วย  เต้นเพลงกล้วย  และมีการอธิบายเกี่ยวกับ สีของกล้วย  ลักษณะรูปทรงของกล้วย  และถามเด็กๆว่าใครเคยเห็นกล้วยบ้าง


ขั้นสอน 

    ครูได้นำอุปกรณืในการทำกล้วยทอดมาให้เด็กๆได้ดูกัน  ครูให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม  โดยการให้เด็กๆร่วมกันปอกกล้วย   และครูสอนวิธีการทอดกล้วย 


ขั้นสรุป 
     ครูซักถามว่าได้อะไรบ้างจากการทำกิจกรรมนี้  และถามว่ากล้วยมีกี่ชนิด  อะไรบ้าง 




กลุ่มกบ

เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับวัฎจักรของกบ




ขั้นนำ

    คุณครูได้ร้องเพลงกบให้เด็กๆฟัง  แล้วคุณครูก็บอกว่าวันนี้คุณครูจะพาเด็กไปดูกบ  เด็กๆอยากดูไหม เด็กๆก็ตอบว่าอยากดู


ขั้นสอน

      หลังจากที่คุณครูพาเด็กๆไปดูกบแล้ว  คุณครูก็ได้สอนเกี่ยวกับวัฎจักรของกบ  การอยู่อาศัยของกบ  และอาหารที่กบกิน  เช่น  แมลงต่างๆ 


ขั้นสรุป  

      คุณครูถามเด็กๆว่า เด็กๆได้อะไรบ้างจากกิจกรรมที่ครูสอนไปนี้




ประเมินตนเอง 

ในสัปดาห์นี้ให้คะเเนนตัวเอง 90 คะเเนน เพราะตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจฟังงานที่เพื่อนนำมาเสนอหน้าชั้นเรียน

ประเมินเพื่อน

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนเพื่อน 100 คะเเนน  เพราะเพื่อนตั้งใจเรียนและเเต่งกายเรียบร้อย  และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน  และมีความพร้อมในการออกมานำเสนองาน

ประเมินครูผู้สอน  

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนครูผู้สอน 100 คะเเนนเพราะครูสอนเข้าใจ  เเต่งกายเรียบร้อย  เเละเข้าสอนตรงเวลา   


29 ตุลาคม 2557

สัปดาห์ที่ 11

วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจาร์ยผู้สอน อาจาร์ยจินตนา  สุขสำราญ
วันที่  29 ตุลาคม  2557
ครั้งที่ 11 กลุ่มเรียน  103
เวลาเรียน  08.30 - 12.20 น.  ห้อง 434





        ในรายสัปดาห์นี้อาจารย์ได้นำกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์มาให้นักศึกษาได้ทำการทดลองกัน  โดยอาจารย์ได้นำสื่อที่หลากหลายมาใช้ในการทดลอง เช่น  ดินน้ำมัน ขวดน้ำ  น้ำ      โหลแก้ว   สายยาง  กระดาษ   และได้ให้นักศึกษาได้ทำการลงมือทดลองจริง  เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงจากการทดลองกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์  และได้พูดให้ความรู้ต่างๆว่า ในทุกสิ่งบนโลกนี้ยอมมีการเปลี่ยนแปลง และหลังจากนั้นอาจารย์และนักศึกษาก็ได้ลงมือทำการทดลอง และร่วมกันหาสาเหตุ  และเหตุผลต่างๆทางวิทยาศาสตร์ว่าจะได้ขอสรุปอย่างไร
 โดยมีกิจกกรมการทดลองดังต่อไปนี้

กิจกรรมดอกไม้บาน 

ขั้นตอนการพับกระดาษ








  - ดอกไม้ไม่บาน       - ดอกไม้บาน


อุปกรณ์  

1.กระดาษ A4 พับครึ่ง
2.โหลแก้วนำ
3.น้ำเปล่า

วิธีการทดลอง

1.ตัดกระดาษให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และพับครึ่ง
2.ฉีกกระดาษให้เป็นรูปดอกไม้
3.ฉีกกรีบดอกไม้ทีละอัน พับให้ครบทั้งสี่ด้าน จะได้เป็นรูปดอกไม้ 

หลังการทดลองกิจกกรมดอกไม้บานจะได้ว่า

ดอกไม้บาน 

เพราะ   ดอกไม้เมื่อโดนน้ำมันจะค่อยๆเปียกทีละนิดทำให้น้ำซึมกระดาษ จากนั้นกระดาษจะค่อยๆคลี่ออกมาแล้วลอยตัวได้

ดอกไม้ไม่บาน

เพราะ   เราอาจจะพับกรีบดอกไม้จากกระดาษแน่นเกินไป จึงทำให้เวลาเอาไปลอยน้ำกระดาษเลยไม่
บานออก


กิจกรรมดินน้ำมัน

         


ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์

ก้อนดินน้ำมันมีขนาดเล็ก จึงแทนที่น้ำได้ไม่มาก แรงลอยตัวก็น้อยด้วย 
สาเหตุที่ดินน้ำมันไม่จมเพราะมีความหนาเเน่นมากพอ
 เเต่ถ้าเราวางลูกแก้วลงไปในน้ำลูกแก้วจะไม่จมเพราะมีความหนาเเน่นน้อย
 แต่เมื่อเรานำลูกแก้วไปวางทับดินน้ำมันก็จะทำให้ลูกแก้วไม่จมเพราะลูกแก้วมีความหนาแน่นมากพอ



กิจกรรมขวดน้ำ



คุณสมบัติของน้ำ  

น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ  น้ำพออยู่ที่สูงๆลงสู่ที่ต่ำจะทำให้น้ำไหลเเรงขึ้นยิ่งสูงยิ่งเเรง  
 แต่ถ้าอยู่ในระดับเดียวกันน้ำก็ยังไหลปกติแต่จะไม่เเรง





ประเมินตนเอง 

ในสัปดาห์นี้ให้คะเเนนตัวเอง 90 คะเเนน เพราะตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย   และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม

ประเมินเพื่อน

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนเพื่อน 100 คะเเนน  เพราะเพื่อนตั้งใจเรียนและเเต่งกายเรียบร้อย  และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน  และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม

ประเมินครูผู้สอน  

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนครูผู้สอน 100 คะเเนนเพราะครูสอนเข้าใจ  และมีกิจกกรมใหม่ๆมาให้นักศึกษาได้ทำการทดลอง  และสอนสนุกไม่เครียด



วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

25 ตุลาคม 2557

สัปดาห์ที่ 10

วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจาร์ยผู้สอน อาจาร์ยจินตนา  สุขสำราญ
วันที่  21 ตุลาคม  2557
ครั้งที่ 10 กลุ่มเรียน  103
เวลาเรียน  08.30 - 12.20 น.  ห้อง 434







         ในรายสัปดาห์นี้ดิฉันได้ออกไปนำเสนอสื่อประดิษฐ์วิทยาศาสตร์   สื่อประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ที่ดิแันนำมาเสนอคือ กระบอกดนตรีพาเพลิน  โดยได้ idea มาจากโลก  Social ซึ่งมีความน่าสนใจ และสามารถทำได้ง่าย  สื่ออุปกรณืที่หามาทำก็หาง่ายๆ  มีในท้องถิ่น  และเป็นวัสดุเหลือใช้  เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลาเรามารู้จักกับเจ้ากระบอกดนตรีหรรษากันเลยคะ 


        สื่อประดิษฐ์กระบอกดนตรีหรรษา



 อุปกรณ์

1.  ถ้วยมาม่ากึ่งสำเร็จรูป 2 ถ้วย
2.  ลูกโป่ง  2  ใบ
3.  กระดาษสี
4.  กาว
5.  กรรไกร
6.  กระดิ่ง


                  วิธีการทำ

1.  ตัดก้นลูกโป่งทิ้ง  2 ใบ  แล้วนำมาดึงให้ตึง   ขึงที่ปากถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้ง  2  ถ้วย

2.  ขึงที่ปากถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้ง 2  ถ้วย

3.  นำกระดาษมาตกแต่งให้สวยงาม ตามใจชอบ

4.  เมื่อตกแต่งเรียบร้อยแล้ว  ก็นำส่วนก้นมาประกบกัน

5.  ตกแต่งกระบอกดนตรีด้วยกระดิ่งให้สวยงาม



             วิธีการเล่น

1.  ดึงที่หนังลูกโป่งก็จะทำให้เกิดเสียง

2.  นำนิ่งไปเสียดสีกับหนังลูกโป่งก็จะทำให้เกิดเสียง

3.  เมื่อเขย่าลูกโป่งกระดิ่งก็จะเกิดเสียง



             หลักการวิทยาศาสตร์


 1.  เสียง  เป็นคลื่นกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ     เมื่อวัตถุสั่นสะเทือน   ก็จะทำให้เกิดการอัดตัวและขยายตัวของคลื่นเสียง  และถูกส่งผ่านตัวกลาง

2.   เมื่อวัตถุไปเสียดสีกันก็จะทำให้เกิดเสียง

3. เมื่อวัตถุเคลื่อนที่ไปกระทบกันก็จะทำให้เกิดเสียงขึ้น


ประเมินตนเอง 

ในสัปดาห์นี้ให้คะเเนนตัวเอง 90 คะเเนน เพราะตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย   และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินเพื่อน

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนเพื่อน 100 คะเเนน  เพราะเพื่อนตั้งใจเรียนและเเต่งกายเรียบร้อย  และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินครูผู้สอน  

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนครูผู้สอน 100 คะเเนนเพราะครูสอนเข้าใจ  เเต่งกายเรียบร้อย  เเละเข้าสอนตรงเวลา  


           

14 ตุลาคม 2557

สัปดาห์ที่ 9

วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจาร์ยผู้สอน อาจาร์ยจินตนา  สุขสำราญ
วันที่ 14 ตุลาคม 2557
ครั้งที่ 9 กลุ่มเรียน  103
เวลาเรียน  08.30 - 12.20 น.  ห้อง  434



           ในรายสัปดาห์นี้เป็นการนำเสนองานประดิษฐ์วิทยาศาสตร์  มีทั้งคนที่ทำมาและไม่ทำมา เนืองจากบางคนไม่ทราบว่าต้องส่งอาทิตย์นี้  รวมมาถึงตัวดิฉันด้วยที่ไม่ได้ทำไป อาจาร์ยจึงให้คนที่พร้อมออกไป  present  ก่อนและคนที่ไม่ได้มางานประดิษฐ์มา คุณครูู้สอนได้เปิดโอกาสให้อีกครั้งหนึ่งโดยการนำมาส่งในสัปดาห์หน้า เเต่ต้องมีเงื่อนไขว่าต้องตั้งใจทำ  และต้องทำมาให้ดีกว่าเพื่อนในอาทิตย์นี้ และห้ามซ้ำเพื่อนในห้องด้วย

            ชื่องานประดิษฐ์ที่เพื่อนนำมาเสนอ

1.  ล้อรถจากด้าย
2.  ไหมพรมเต้นระบำ
3.  ลูกโปรงลอยฟ้า
4.  วงล้อหลากสี
5.  โทรศัพท์จากแก้ว
6.  ตุ๊กตาโยกเยก
7.  นักดำน้ำ
8.  ผึ้งน้อยเล่นน้ำ 
9.  ร่มชูชีพ
10.เรือดำน้ำ
11.จรวด
12.กีตาร์สามเหลี่ยม
13.ป๋องแป๋ง


            สื่อประดิษฐ์ที่ดิฉันสนใจ


                                                    ตุ๊กตาโยกเยก 

                                            miss  Umaporn  Porkkati







            อุปกรณ์

1.  กระป๋องทรงกลม
2.  ดินน้ำมัน
3.  กระดาษสี
4.  กาว
5.  กรรไกร


       วิธีการทำ

1.  น้ำดินน้ำมันยัดลงไปตรงกลางของกระป๋อง
2.  ตัดกระดาษตกแต่งกระป๋องให้สวยงาม
3.  ลองเล่นว่าเมื่อโยกไปทางซ้าย หรือทางขวากระป๋องจะกลับมาที่เดิมหรือป่าว 

     วิธีการเล่น

กลิ้งกระป๋องไปทางซ้าย ทางขวาแล้วกล่องจะเด้งกลับมาที่เดิม


  หลักการทางวิทยาศาสตร์

เมื่่อเรากลิ้งกระป๋องไปทางซ้าย ทางขวาจะเห็นได้ว่ากระป๋องจะกลิ้งกลับมาที่เดิม  เนื่องจากเกิดจากเเรงโน้มถ่วงของดินน้ำมันที่อยู่ข้างใน ทำให้กระป๋องกลับมาที่เดิม 



           งานประดิษฐ์ที่น่าสนใจ







ประเมินตนเอง 

ในสัปดาห์นี้ให้คะเเนนตัวเอง 90 คะเเนน เพราะตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจฟังงานที่เพื่อนนำมาเสนอหน้าชั้นเรียน

ประเมินเพื่อน

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนเพื่อน 100 คะเเนน  เพราะเพื่อนตั้งใจเรียนและเเต่งกายเรียบร้อย  และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินครูผู้สอน  

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนครูผู้สอน 100 คะเเนนเพราะครูสอนเข้าใจ  เเต่งกายเรียบร้อย  เเละเข้าสอนตรงเวลา   


วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

7 ตุลาคม 2557

สัปดาห์ที่ 8

วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจาร์ยผู้สอน อาจาร์ยจินตนา  สุขสำราญ
วันที่ 7 ตุลาคม 2557
ครั้งที่ 8 กลุ่มเรียน  103
เวลาเรียน  08.30 - 12.20 น.  ห้อง  434 





* ในรายสัปดาห์นี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอยู่ในช่วงสอบกลางภาค











30 กันยายน 2557

สัปดาห์ที่ 7

วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจาร์ยผู้สอน อาจาร์ยจินตนา  สุขสำราญ
วันที่ 30 กันยายน 2557
ครั้งที่ 7 กลุ่มเรียน  103
เวลาเรียน  08.30 - 12.20 น.  ห้อง  434  






           
 ในรายสัปดาห์นี้ในการเรียนการสอนมีกิจกรรมที่นำมาสอนสอดแทรก ในรายสัปดาห์นี้มี 2 กิจกรรม คือ    
1. กิจกรรมลูกยาง        
2. กิจกรรมแกนกระดาษทิชชู    

และกิจกรรมบทความที่เพื่อนทั้ง 5 คนนำมาเสนอให้ความรู้ให้เพื่อนๆได้ฟัง   ก่อนอื่นดิฉันก็ขอนำบทความที่ดิฉันมีความสนใจมาเสนอดังต่อไปนี้คะ


   บทความเรื่อง หลักสูตรวิทยาศาสตร์ปฐมวัย จำเป็นหรือไม่ ?


ที่มา : นิตยสาร สสวท.
   หลักสูตรวิทยาศาสตร์ปฐมวัยเป็นการส่งเสริมครูปฐมวัยให้สามารถจัดประสบการณ์ในรูปของกิจกรรมบูรณาการที่ สามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยได้อย่างครบถ้วนทุกด้าน โดยไม่จำเป็นต้อง แยกออกมาสอนเป็นวิชาวิทยาศาสตร์  เพียงแต่ครูปฐมวัยควรจะตระหนักรู้ว่ากิจกรรมที่จัดให้กับเด็กในแต่ละช่วง เวลานั้น เป็นการส่งเสริมทักษะและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อะไรให้กับเด็กๆ และควรจะจัดกิจกรรมอย่างไรเพื่อจะสามารถตอบสนองและต่อยอดธรรมชาติการเรียน รู้ของเด็กได้อย่างเป็นระบบผลจากการติดตามการทดลองใช้ พบว่าครูสามารถที่จะนำกรอบมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ไปจัดกิจกรรมบูรณาการวิทยาศาสตร์ในทุกสาระที่ควรรู้ได้ในทุกสาระโดยสอดแทรก เข้าไปในทุกกิจกรรมหลักที่ครูจัดอย่างสม่ำเสมอได้ แต่สิ่งที่ครูยังมีความต้องการนั้น ครูยังต้องการตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เยอะ ๆ ซึ่ง สสวท. กำลังพัฒนาส่วนนี้อยู่
  อ. ชุติมา กล่าวหลังจากนั้นได้จัดอบรมครูทั่วประเทศไปแล้วในปี พ.ศ. 2552ที่อุดรธานี  เชียงใหม่ ภูเก็ต  และระยอง  ต่อจากนี้จะจัดอบรมให้แก่ศึกษานิเทศก์ทั่วประเทศเขตพื้นที่ละหนึ่งคน เพื่อที่จะให้ศึกษานิเทศก์ได้เป็นผู้ที่คอยให้คำแนะนำช่วยเหลือแก่ครูส่วน การดำเนินงานเกี่ยวกับหลักสูตรวิทยาศาสตร์ปฐมวัยในอนาคต  หลังจากที่ สสวท. จัดทำคู่มือการใช้หลักสูตรเสร็จแล้ว ก็คือการชักชวนพันธมิตร เช่น ภาควิชาปฐมวัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏซึ่งมีอยู่ทั่วทุกประเทศ เป็นศูนย์การอบรมครูปฐมวัย  และในขณะเดียวกัน สสวท. และคณะที่เป็นนักการศึกษาปฐมวัยที่เป็นผู้เริ่มต้นโครงการนี้ก็จะถอยมาเป็น ผู้อบรมวิทยากรอีกทีหนึ่ง “ทุก ประเทศในโลกจะสอนปฐมวัยในเชิงบูรณาการ ก็คือจะบูรณาการทุกวิชาไว้ด้วยกัน  เพราะถือว่าเด็กจะต้องพัฒนาเป็นองค์รวม  แต่การที่ครูจะจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการพัฒนาเด็กเป็นองค์รวมนั้น จะต้องมีมาตรฐานเป็นที่ตั้งในของแต่ละสาระ เช่น คณิตศาสตร์ควรจะเรียนแค่ไหน วิทยาศาสตร์ควรจะเรียนแค่ไหน ครูก็จะยึดเอากรอบมาตรฐานมาจัดทำเป็นหลักสูตรบูรณาการปฐมวัยของตัวเอง ทุกประเทศจะเป็นแบบนี้ รวมทั้งประเทศเราด้วย” อ.ชุติมากล่าวทิ้งท้าย

..................................................................


กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมลูกยาง


อุปกรณ์

1 กระดาษหน้าปก ( Paper )
2   กรรไกร ( Scissors )
3   คลิปหนีบกระดาษ  ( paperclip )


ขั้นตอนการประดิษฐ์

1 นำกระดาษที่ได้มาพับครึ่ง  แล้วนำกรรไกรมาตัดเป็นแนวตรงยาวให้ชิดกับรอยพับครึ่งของกรรไกร
2 พับส่วนบนของกระดาษเข้ามา  1 เซนติเมตร
3 นำคลิปหนีบกระดาษมาหนีบไว้ด้านที่พับส่วนบนเข้ามา  จากนั้นกางปีกส่วนที่โดนตัดออกไปคนละด้าน    กัน
4 นำมาทดลองเล่น  โดยการโยนและทำให้กระดาษหมุน










กิจกรรมที่ 2  กิจกรรมแกนกระดาษทิชชู่

อุปกรณ์


1 แกนกระดาษทิชชู่

2 กระดาษตัดเป็นรูปวงกลม
3 ไหมพรม
4 กาว
5 กรรไกร
6 สี
7 ที่เจาะรู

ขั้นตอนการประดิษฐ์


1 นำเเกนกระดาษทิชชู่มาตัดครึ่ง แล้วเจาะรู 4 รู

2 นำกระดาษมาตัดเป็นวงกลม มาแปะตรงเเกนกระดาษทิชชู่ วาดรูปลงไปให้สวยงาม
3 นำไหมพรมมาร้อยกับแกนกระดาษทิชชู่ ให้สามารถห้อยคอได้
4 จากนั้นก็ทดลองเล่น  โดยการเคลื่อนขึ้นลงไปมา ได้ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์




เทคนิคการสอนของอาจารย์

     อาจาร์ยผู้สอนให้นักศึกษาได้ใช้ความคิดแบบอิสระ  ให้เด็กได้คิด  และทำตามจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบภาพการ์ตูน  และการเล่นอย่างไรให้สิ่งของเคลื่อนไหวได้  สิ่งที่เด็กจะได้ ได้ฝึกการสังเกต  และลงมือประดิษฐ์เอง โดยมีอาจาร์ยผู้สอนให้คำปรึกษาอยู่ห่างๆ



การนำไปประยุกต์ใช้

     สามารถนำกิจกรรมงานประดิษฐ์ที่ครูสอนไปใช้ในการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยในอนาคต   และสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมศิลปะ   วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์   เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว  แรงดึง  เเรงดัน   จะทำให้เด็กมีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ไปในตัว  และได้ปฏิบัติงานด้วยตนเอง





ประเมินตนเอง 

ในสัปดาห์นี้ให้คะเเนนตัวเอง 90 คะเเนน เพราะตั้งใจเรียน แต่งกายเรียบร้อย   และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินเพื่อน

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนเพื่อน 100 คะเเนน  เพราะเพื่อนตั้งใจเรียนและเเต่งกายเรียบร้อย  และมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในห้องเรียน

ประเมินครูผู้สอน  

ในรายสัปดาห์นี้ให้คะเเนนครูผู้สอน 100 คะเเนนเพราะครูสอนเข้าใจ  เเต่งกายเรียบร้อย  เเละเข้าสอนตรงเวลา   และ power point  มีความสวยงามดูแล้วมีความสะอาดตามากคะ